Happy New Year 2012!!

posted on 31 Dec 2011 20:02 by belza09  in Art, Etc, Novels
สวัสดีปีใหม่ค่าาาาาาาา
 
ขอต้อนรับปี 2555 (เลขสวยโคตร) หรือก็คือปี 2012 ที่เขาว่าโลกจะแตกกัน 55555
ปี 2011 เป็นปีที่เกิดอะไรเยอะขึ้นมากจนน่าถีบ
ทั้งเรื่องน้ำท่วม...
ทั้งเรื่องที่ก๋งเราเสีย...
ทั้งเรื่องที่มือถือเราโดนขโมย...
ทั้งเรื่องที่เราสอบตก...
ทั้งเรื่องที่โรงเรียนเรางี่เง่า...
และอีกหลายๆ เรื่องที่คงร่ายไม่หมด...
แต่ก็ขอให้เรื่องร้ายๆ มันลอยตามน้ำไปเถอะนะ
จริงๆ ปีนี้ก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว
เพราะไหนจะได้เล่นแฟนเพจตัวเองอย่างสำราญไปวันๆ...
ไหนจะได้มีผลงานใหม่ออกบ้างอะไรบ้าง
 
[โฆษณาไม่เลิก]
 
จะดีมากถ้าเราได้เข้ามหาลัยดีๆ ด้วย 555555
 
ไหนๆ ก็จะกลับมาอัพบล็อกฉลองปีใหม่แล้ว
เราก็ต้องทำตามธรรมเนียมเล็กน้อยโดยการวาด สคส.~
 
 
มันคือคู่พระนางของนิยายเรื่องใหม่เราเอง 5555
จริงๆ ตอนแรกจะวาดแค่การ์ดใบเดียว ไปๆ มาๆ ชักติดใจ
วาดมาอีกเป็นพรืด:
 
 
 
 
ขนาดโปรแกรมในเอ็กตีนลงสียากเห้ๆ นะเนี่ย 5555 ท่าจะเป็นเอามาก
 
ไอ้เราวาดเสร็จก็รีบส่งให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่รักทุกคนในนี้
แล้วก็ได้รับกลับบ้างเล็กๆ น้อยๆ
ทำเอาปลื๊มปลื้มมมม
 
ขอบคุณจ้าาาาา~ เป็นนักอ่านที่น่ารักมาก อิอิ
 
เห็นการ์ดใบนี้แล้วแทบกรี๊ดสลบ...
ไม่คิดว่าพี่แฝดจะส่งให้นะคะเนี่ยยยยยยยยยยย ดีใจมากกกกกกกก
หนูจะแต่งนิยายออกมาอีกเยอะๆ ให้พี่แฝดวาดให้อีกเยอะๆ เลย 555555
ปล. การ์ดพี่แฝดน่ารักกว่าของหนูเย้อ
 
สุขสันต์วันปีใหม่เช่นกันน้าเชลลลลลล ขอบคุณที่ยังไม่ลืมกัน~
สคส. น่ารักมากกกก
 
อูย คงไม่มีวันนั้นอ่ะค่ะพี่เคียว เอาเป็นนักเขียนตัวเล็กๆ แต่มีผลงานที่นักอ่านจดจำได้ก็พออออ
ขอบคุณพี่เคียวอีกคนที่ยังไม่ลืมกันนน
 
Happy New Year เช่นกันน้ายู่วววววววว
เลิฟยูวววววว~
 
สุดท้ายนี้ไม่มีอะไรมาก
แต่ขอให้คนที่เข้ามาอ่านเอนทรี่นี้
มีความสุขกันถ้วนหน้านะคะ :)
 
ปล. เปิดเอนทรี่ด้วยตัวอักษรใหญ่ๆ แดงๆ เลยอยากปิดแบบเดิม 55555
 

[Spoiler] Mawaru Penguindrum 24 (จบ)

posted on 23 Dec 2011 19:39 by belza09  in Favorites
หมายเหตุ: เอนทรีนี้...คิดว่าคงไม่มีใครมาอ่าน ถึงมีใครมาอ่านก็คงจะไม่เข้าใจ 55555 ฉะนั้นอย่าไปใส่ใจเล้ย แค่อยากระบาย
 
คำเตือน: โหลดโหดมาก
 
ไม่ได้มาอัพเอ็กตีนนานมากกกกกกกกกกกมากกกกกกกกกกกกกก
แต่เผอิญว่าวันนี้มีเรื่องต้องระบาย...
เพิ่งดู Mawaru Penguindrum จบไปสดๆ ร้อนๆ
ไม่รู้ว่าคนไทยดูกันเยอะหรือเปล่านะ
แต่สำหรับเราเป็นการ์ตูนแห่งปีเลยก็ว่าได้
แม้หลายคนอาจจะบอกว่า steins;gate ดีกว่า ano hana ดีกว่า
แต่คนเรา ที่หัวใจก็เหมือนกับมีปุ่มที่เราจะเซนซิทีฟเป็นพิเศษ ที่เมื่อถูกกดถูกปุ่มแล้วจะหลงรัก
สำหรับเราเรื่องอื่นๆ กดปุ่มไม่ครบ ดูยังไงก็ไม่หัวเราะ ไม่ร้องไห้ ไม่ลุ้น หรือมีอะไรให้กลับไปคิดวิเคราะห์เยอะเท่าเรื่องเรื่องนี้แล้ว (+จะสังเกตด้วยว่านิยายที่เราแต่งก็จะแนวๆ เกี่ยวกับพรหมลิขิตไรงี้ด้วย เลยทำให้ชอบเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ)
ดูอนิเมมาตั้งแต่กี่ขวบก็ไม่รู้ แต่เริ่มโหลด torrent มาดูอนิเมมาประมาณ 4-5 ปี
มีบางปีที่ทำให้รู้สึกว่า "เฮ้ย วงการอนิเมมันจะตายป่ะวะ ทำไมมีแต่การ์ตูนกากๆ ขายแต่นมใหญ่ๆ ออกมา"
แต่ปีนี้ทำให้เราต้องกลับไปคิดใหม่
มีอนิเมดีๆ ออกมาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นสองเรื่องนั้นที่่พูดข้างต้น, tiger&bunny, hanasaku iroha, ao no exorcist (แม้ว่าตอนจบจะกากมาก), xxxholic rou adayume, natsume yuujinchou san, usagi drop, no.6 (แม้ว่าตอนจบจะเหี้ยมาก), blood-c (แม้ว่าคนอื่นจะโคตรเกลียด แต่เราโคตรรักเลย), chihayafuru, fate/zero, หรือรวมไปถึง un-go
(ลิสต์แม่งจะยาวไปไหนวะเบลล์ 55555)
และในหมู่อนิเมดีึๆ เหล่านั้น เพนกวินดรัมเป็นเรื่องที่ให้อะไรเรามากกว่าความบันเทิง
เป็นเรื่องแรกที่เราต้องดูตอนนึง 2-3 รอบ
อาจจะหาว่าบ้า แต่เรื่องนี้มีสัญลักษณ์ต่างๆ นานาให้คอยสังเกตอยู่ทุกๆ วินาทีของแต่ละตอน
 
อิคุฮาระซัง...ฉันคารวะคุณจริงๆ ค่ะ
ทั้งเขียนทั้งกำกับเอง พระเจ้าจอร์จ จะเมพไปหนายยยยยยยยยย
โดยเฉพาะตอนจบ...
พูดอ้อมมาเยอะละ
ขอสปอยล์เลยละกัน!!:
 
เราขอไม่พูดถึงครึ่งแรกมากละกันนะ เพราะไม่มีรูป + ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มีสัญลักษณ์ (symbolism) โน่นนี่เยอะแยะเต็มไปหมด
โดยคร่าวๆ ก็คือ...โชมะตามไปห้ามคันบะที่พยายามจะระเบิดรถไฟ
ไม่นานนักริงโกะก็ขึ้นรถไฟขบวนที่มุ่งหน้าไปหา 'โชคชะตา' ที่พวกตัวเอกของเรากำลังประจันหน้ากันอยู่
เธอบอกว่าแม้ไดอารี่ของโมโมกะจะถูกเผาไปแล้ว แต่เธอก็รู้คาถาที่จะเคลื่อนย้ายโชคชะตา
แล้วก็มีแฟลชแบ็กถึงตอนที่สองพี่น้องนี้ติดอยู่ใน "กล่อง" สองกล่อง
พวกเขาอดข้าว หิวโหย และรอวันตายเท่านั้น
ทว่ามีอยู่วันหนึ่ง...จู่ๆ ก็มีแอปเปิ้ลลูกหนึ่งโผล่มาอยู่ในกล่องของคันบะ ในขณะที่โชมะไม่ได้
โชมะจึงบอกคันบะว่า "นายเป็นคนที่ถูกเลือกให้มีชีวิตรอดอยู่ต่อไป...นายจะรักษาสัญญาของนายใช่มั้ย ว่าถ้าหากนายอยู่รอด นายจะต้องฝากข้อความจากฉันไปบอกคนสำคัญของฉัน"
คันบะ: "อืม โทษนะ นี่คือโชคชะตา"
กลับมาปัจจุบัน...ขณะที่คันบะกำลังกุมมือฮิมาริที่ไร้การเต้นของหัวใจอยู่บนเตียง...
อยู่ดีๆ หมวกเพนกวินก็โผล่มา ฮิมาริจึงตื่นมาตะโกนว่า
"SURVIVAL STRATEGYYYYYY!!! (เซซอน เซนเรียวคุ (สะกดงี้ป่ะวะ))"
ทำให้สามพี่น้องถูกพาไปในอีกมิติหนึ่ง...
 
 
ใน survival strategy โหมด ฮิมาริไม่ได้ถูกหมวกควบคุม เธอกลับเป็นตัวของตัวเอง
เธอพยายามพูดกล่อมคันบะว่า "กลับบ้านกันเถอะนะ"
แล้วก็พูดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของพวกเขา...
"ท้ายที่สุดแล้ว ปรากฏว่าการใช้ชีวิตอยู่ก็คือการลงโทษอย่างหนึ่งนั่นเอง"
แต่เธอก็พูดต่อโดยมีโชมะเสริมว่าเรื่องราวในครอบครัว ช่วงเวลาที่พวกเขาใช้ร่วมกัน...พวกเขามีความสุข พวกเขาสนุกกับมันขนาดไหน
"แต่ยังไงเสีย พวกเราก็อยู่ด้วยกัน พวกเรายอมรับการลงโทษ ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยสักแค่ไหน ทุกอย่างล้วนเป็นเป็นความทรงจำที่ดีงาม เพราะเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ก็เพราะพวกพี่สองคนอยู่ที่นั่น"
ฮิมาริ: "ได้โปรด...กลับมาเถอะนะ คันจัง"
คันบะ: "ยังไม่ได้หรอก... ฉันยัง...ไม่ได้ให้อะไรกับเธอเลย"
พูดเสร็จ คันบะก็...
 
โอ๊ยยยยยยยยย รักคู่นี้ไม่ไหวแล้วว้อยยยยยยยยยยยยยย ทำไมต้องมาแยกกันตอนจบด้วยน้า T_T
 
แล้วด้วยเหตุใดเราก็ทราบไม่หมด (เรื่องนี้ใครเก๊ตทั้งเรื่องขอกราบเลยค่ะ แม่งลึกซึ้งเกินความฉลาดของข้าพเจ้า) คันบะก็เหมือนจะเสียบางส่วนของชีวิตไป อาจจะเป็นเพราะ "บาป" ที่เขาทำไปทั้งหมด
ฮิมาริจึงกอดคันบะและเหมือนจะจูบเขาเพราะเธอเองก็คงรู้+เข้าใจว่าคันบะรักเธอมากแค่ไหน
ส่วนโชมะก็พากย์ทับไปว่า "ฉันสนุก [ในช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันสามคน] มากเลย ขอบคุณนะ"
โชมะเดินไปหาคันบะกับฮิมาริก่อนจะพูด
"ฉันจะคืนในสิ่งที่นายได้แบ่งให้ฉันในวันนั้น"
 
 
เขาควัก "เพนกวินดรัม" ออกมาจากอกของเขาแล้วมอบมันให้กับฮิมาริ
จากนั้นฮิมาริก็ส่งมันให้คันบะ
แฟลชแบ็ก: ในช่วงที่คันบะกับโชมะยังอยู่ในกล่อง คันบะแบ่งแอปเปิ้ลครึ่งลูกให้กับโชมะ เพื่อให้เขาอยู่รอด
กลับมาในปัจจุบัน...ออกจากโหมด survival strategy...
ริงโกะตะโกนคาถาที่จะย้ายโชคชะตา...
"Let's share the fruit of fate!!! (เรามาแบ่งผลแห่งโชคชะตาด้วยกันเถอะ)"
เป็นเหตุให้ตัวของเธอลุกเป็นไฟ เนื่องจากการที่จะใช้คาถานี้นั้น...จะต้องมีผู้เสียสละ
โชมะรีบเข้าไปกอดริงโกะ
ส่วนคันบะก็ยกตัวฮิมาริขึ้นมาอุ้ม...
 
เป็นฉากที่บ่อน้ำตาเราแตก + ทำให้เราส่ายหัวไม่หยุดเพราะหัวใจเกือบจะรับไม่ได้
 
หมอซาเนโตชิพูดในขณะที่คันบะค่อยๆ หายไปเป็นเศษว่า
"พวกเธอไม่มีทางหนีคำสาปพ้นหรอก ในเมื่อฉันทำไม่ได้ ผู้อาศัยอยู่ในกล่องอย่างพวกเธอก็ไม่มีทางได้อะไรเหมือนกัน พวกเธอก็แค่จะหายไปโดยไม่ทิ้งอะไรเหลือไว้ในโลกใบนี้เลย พวกเธอไม่แม้แต่จะเหลือเป็นฝุ่น พวกเธอจะไม่มีวันมีความสุข!"
ทว่าคันบะก็ไม่สนใจและพูดในใจ
"โชมะ ฉันได้รับแล้ว...แสงที่แท้จริงของฉัน" (หมายถึงการที่เขาช่วยฮิมาริได้แล้ว)
ฝ่ายโชมะเอง...
 
กรี๊ดดดดดดดด T_T
 
เขากอดริงโกะที่ลุกเป็นไฟแล้วบอกว่า
"นี่คือการลงโทษที่พวกเราต้องได้รับต่างหาก...
ขอบคุณนะ
ฉันรักเธอ"
ว่าแล้วไฟเปลี่ยนไปลุกที่ตัวของเขาแทน...จนสุดท้ายโชมะก็หายไปเหมือนกับคันบะ
จากนั้นฮิมาริก็ฟื้นคืนชีพ...
เพนกวินทั้งสามก็ถูกเก็บเข้าใสกล่อง...
ฉากถูกตัดไปที่ซาเนโตชิกับโมโมกะ
โมโมกะ: "รถไฟออกแล้วนะ แต่นายกลับไม่ไปไหน"
ซาเนโตชิ: "รถไฟจะมาอีก"
โมโมกะ: "งื้ม ไม่รู้สิ แต่ฉันไปก่อนนะ"
ซาเนโตชิ: "งั้นเหรอ"
โมโมกะ: "ลาก่อน"
 
กลับมาในโลกแห่งความจริง...
 
 
ผู้โดยสารในรถไฟต่างก็มุงดูสองสาวที่สลบอยู่กลางขบวน
สังเกตบนหน้าผากฮิมาริให้ดีๆ...มีเศษเสี้ยวของ "คันบะ" แอบหลงเหลืออยู่ด้วย
หลังจากนั้น ฉากก็ถูกตัดไปที่คู่ยูริกับทาบุกิ
 
 
ทาบุกิ: "ยูริ... ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วล่ะ...ว่าทำไมพวกเราถึงมีชีวิิตอยู่บนโลกนี้"
ยูริ: "บอกหน่อยซิ"
ทาบุกิ: "เธอกับฉันเป็น 'เด็กหลงทาง' มาแต่แรกแล้ว แต่มีเด็กอีกตั้งมากมายบนโลกนี้ที่เหมือนเรา เพราะฉะนั้น...แค่ครั้งเดียวก็พอ...พวกเราต้องการให้ใครสักคนบอกเราว่า 'ฉันรักเธอ' "
ยูริ: "แม้ว่าโชคชะตาจะพรากทุกอย่างไปจากพวกเขา แต่เด็กที่ถูกรักย่อมหาความสุขได้เสมอ พวกเราอยู่บนโลกนี้เพื่อทำแค่สิ่งนั้น"
ทาบุกิ: "ฉันรักเธอนะ"
ยูริ: "ฉันรักเธอนะ"
ตัดฉากไปที่สองพี่น้อง มาริโอ้กับมาซาโกะ...
 
 
มาซาโกะตื่นขึ้นมาพบว่ามาริโอ้สุขภาพดีแล้ว
เธอถามว่าน้องฟื้นแล้วเหรอ แต่เมื่อเห็นว่าน้องของเธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด เธอก็ยิ้มบอกไม่มีอะไร
เธอเล่าให้น้องฟังว่าเธอเพิ่งฝัน...ฝันว่ามีพี่ชายฝาแฝดอยู่คนหนึ่ง...
ที่แม้จะเป็นคนมือหนัก...แต่เขาก็บอกว่าเธอเป็นน้องสาวที่มีค่าสำหรับเขา...
และบอกว่าเขารักเธอ
 
ตัดไปอีกฉาก...
ฮิมาริอยู่บ้านหลังเดิม ทว่าทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมด
ไม่มีแม้แต่ร่องรอยว่าสองพี่น้องคันบะกับโชมะเคยมีชีวิตอยู่
กลายเป็นว่าฮิมาริมีสุขภาพแข็งแรง สามารถไปโรงเรียน มีครอบครัวธรรมดา อยู่กับลุงกับป้า 'แท้ๆ' ของเธอ
วันนี้เป็นวันที่เธอทำแกงกะหรี่และกินมันร่วมกับริงโกะซึ่งเธอบรรยายว่าริงโกะเป็นผู้หญิงซึ่ง...น่าแปลกที่...พวกเธอสลบพร้อมกันในรถไฟ จึงกลายมาเป็นเพื่อนกัน
ริงโกะกับฮิมาริเห็นวง Double-H บนทีวีก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่
ฮิมาริบอกว่าเธอซื้ออัลบั้มของพวกเขามาด้วยนะ
และตอนที่เธอกำลังคลำหาอัลบั้มอยู่นั้น...
 
จำรอยถูกเศษแก้วบาดนี้ได้มั้ยเอ่ยยยย
 
 
ฮิมาริเห็นหมีก็รู้สึกแปลกใจ เธอหยิบโน้ตที่ถูกเสียบไว้อยู่ตรงพุงของมันขึ้นมาอ่าน...
 
 
"พวกเรารักเธอนะ!!
จากพี่ๆ ของเธอ"
 
ฮิมาริ: "พี่ใครเหรอ...?"
ริงโกะ (ที่เข้ามาดูว่าเป็นไร): "ฮิมาริจัง?"
ฮิมาริ: "เอ๊ะ...แปลกจังเลย..."
 
 
ฮิมาริ: "ฉันร้องไห้ทำไมเนี่ย?"
 
ตัดฉากไปที่หน้าบ้านของฮิมาริ...
ทายซิว่าใครโผล่มา...
 
 
คันบะน้อย โชมะน้อย และเหล่าเพนกวินทั้งหลายนั่นเอง!!
พวกเขาพูดประโยคเดียวกับเด็กที่เคยพูดในตอนที่ 1 ของเรื่องนี้
พาดพิงไปถึงนิยายเรื่อง Night on the Galactic Road
 
ฉากจบ:
 
ฮิมาริ: "ฉันจะไม่มีทางลืมเธอนะ จะไม่มีวันลืมตลอดไป"
 
"ฉันรักเธอ"
 
 
จบ!!
 
ถึงจะเศร้า แต่ก็จบอย่างสวยงามมาก...
และถึงพล็อตจะไม่เพอร์เฟ็กต์ ถามคำถามมาเป็นร้อย แต่ให้คำตอบแค่ครึ่งเดียว...
แต่มันก็เพอร์เฟ็กต์ในความที่มันไม่เพอร์เฟ็กต์นี่แหละ...
ให้ 10/10 เลยค่า :)
 
สุดท้ายขอฝากนิยายที่เพิ่งวางแผงไว้ด้วยนะ (มันวกมา้เรื่องนี้ได้ไง 55555555)
ราคา 139 บาทจ้าาาาา~
 
 
ไม่ได้มาอัพเอ็กทีนนานมากแล้ว
กะจะมาอัพอีกทีตอนมีข่าวดีๆ สักหน่อย
แต่ไม่ไหวละ
เพราะตอนนี้เรา
ฉุึนมาก
 
คือเรานัดเจอกับเพื่อนนักเขียนอีกคนที่หน้าบูธแจ่มใส
พอเจอก็แค่คุย แลกหนังสือ ถ่ายรูป แล้วก็แยกย้ายกันไป
จากนั้นก็เดินขึ้นมาโซน C2 มาหาเพื่อนที่หน้าบูธบงกช
อยากจะสารภาพว่าซื้อบูธมานี้มาแล้วรอบนึง แต่แวะมาซื้ออีกรอบเพราะอยากได้อีก
ไอ้ตอนจะไปก็ลังเล แต่เพื่อนก็บอก เออ ไปเหอะ
เราเลยแยกทางกัน (ระยะห่างกันไม่กี่เมตร)
เราต่อแถวซื้อการ์ตูน
เพื่อน#1 รอเราอยู่หน้าบูธบงกช
เพื่อน#2 ไปอยู่บูธตรงข้ามบงกช
ไอ้เราก็เดินหยิบๆ หนังสือที่จะซื้อ ตอนนั้นจำได้แม่นเลยว่า
มีแถวคนเดินอยู่ข้างๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเพราะคนแน่นมาก
ไอ้เราเลยกอดกระเป๋าสะพายตัวเองแน่น กลัวโดนกรีด
สักพัก พอไปจ่ายเงิน จะหยิบกระเป๋าตังค์ออกจากกระเป๋าสะพาย
ก็พบว่ากระเป๋ากางเกงข้างที่เราใส่มือถือมันแฟบค่ะ
ขอยอมรับว่าโง่เองที่เอามือถือใส่ไว้ตรงกระเป๋ากางเกง เพราะกางเกงตัวนี้ผ้าลื่นมาก ของหล่นอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยหาย
ในขณะที่กระเป๋าอีกข้างมี iPod touch ส่วนในกระเป๋าสะพายมีกระเป๋าตังค์ ทุกอย่างยังอยู่ครบ
จะไม่ว่าอะไรเลยถ้าหนังสือหาย เพราะซื้อใหม่ได้
แต่มือถือเครื่องนี้รักมากเลยนะ LG รุ่นไอติมสีชมพูอ่อน ที่ห้อยเป็นแอปเปิ้ลสีเขียวน่ารัก:

+

เพื่อน#1 เป็นคนซื้อมาให้เอง ของฝากจากญี่ปุ่นเชียวนะ T_T
แถมเบอร์มือถือก็โคตรสวยด้วย ฮือออออ

ตอนนั้นเริ่มกลัวแล้ว แต่ก็จ่ายเงินค่าหนังสือไปก่อน
ก่อนจะเดินถามคนที่ยืนต่อแถวอยู่ด้วยกันว่า "เห็นมือถือตกอยู่บ้างมั้ยคะ"
คนขายที่อยู่ตรงนั้นด้วยก็เลยถามว่าหายเมื่อไร ที่ไหน
เราก็ตอบว่าหายเมื่อกี้ ที่บูธเจ๊นั่นแหละ
เจ๊คนขายก็เลยตอบกลับมาว่า
"โดนล้วงแล้วล่ะน้อง วันนี้เห็นหายมา 4 เครื่องแล้ว"
ช็อคค่ะ...
เราเลยรีบวิ่งไปหาเพื่อน#2 ซึ่งก็มีเพื่อน#1 ยืนเครียดอยู่ด้วย
พอเราบอก "เฮ้ย ทำไงดี..."
เพื่อน#1 รีบสวนมาทันที "มือถือหายใช่ป่ะ"
เรา "ฮะ รู้ได้ไงวะ"
เพื่อน#1 "เพราะบีบีเราก็หายเหมือนกัน ขนาดไว้ในกระเป๋าสะพาย รูดซิปอะไรเรียบร้อย มันยังรู้ว่าบีบีเราอยู่ช่้องไหนอ่ะ"
อ้าว...เอาแล้วไง
รีบโทรไปที่มือถือตัวเองเลยค่ะ
แล้วปรากฏว่ามันปิดเครื่อง
ทั้งๆ ที่ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เพิ่งโทรคุยกับเพื่อนนักเขียนอีกคนว่าอยู่ไหน
พวกเราเลยวิ่งไปแจ้งที่จุดของหายทันที
กรอกข้อมูลอะไรเสร็จสรรพ ยืนบ่นๆๆ ระบายๆๆ เม้าท์แตกกับเจ๊คนคุม
เจ๊แกบอก
"เนี่ยนะ ตั้งแต่เปิดงานมาเจอมือถือหาย 99 เครื่อง"
99 เครื่อง
แหม เลขสวย
เดี๋ยววันนี้เลิกงานคงได้ 111 เครื่อง
แมร่งเอ๊ย...
เราเลยถาม
"แล้วพี่เคยจับคนร้ายได้มั้ยอ่ะ"
พี่ "งานนี้จับได้แค่คนเดียว ขโมยหนังสือ"
เรา "ขโมยหนังสือ!?!?!??!"
พี่ "อือ ยังเด็กอยู่เลย ดันเป็นขโมยซะละ"
เรา "โห...แล้วอย่างนี้พวกหนูจะมีได้มือถือคืนมั้ยอ่ะคะ"
พี่แกก็เลยอธิบายยาว
"ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ คือตอนนี้พี่บอกให้เขาตามหาคน้รายแล้ว แต่น้องไม่เห็นหน้าเขาใช่มั้ยล่ะ ก็ยากหน่อย
พี่ว่าอย่างของหนูเขาคงเดินตาม คอยสังเกตว่าเราเก็บของเอาไว้ที่ไหนมาสักพักแล้วล่ะ
แล้วพอตรงคนเยอะๆ ก็ทำเนียนหยิบไปเลย"
เรา "ตาย** แต่แบบนี้มือถือหนูยังอยู่ที่ตัวคนร้ายหรือเปล่า"
พี่ "โจรบางคนมาเป็นกลุ่มเลยน้อง แบบ...คนนึงล้วง แล้วคนที่มาด้วยก็ซื้อต่อไปเลย"
เรา "=[]="
ยืนคุยไปได้สักพัก เพื่อน#2 ก็ขอไปบูธซื้อที่ห่อหนังสือ เราเลยไปด้วย เดี๋ยวพี่แกรำคาญ
เรากับเพื่อน#1 โคตรไม่มีอารมณ์ซื้อ/เดินดูหนังสือแล้วอ่ะ เลยนั่งรอเพื่อน#2 อยู่หน้าบูธ
สักพักแม่เพื่อน#1 ก็โทรมาบอกว่าถึงแล้ว ให้ไปหา
หลังจากนั้นไม่กี่นาทีเพื่อน#2 ก็วิ่งมาหา บอกว่าพ่อเราโทรมา นั่นก็แปลว่าเราต้องกลับบ้านแล้ว
ขณะที่เรากำลังรวบรวมถุงพลาสติกใส่หนังสือมูลค่า 2000 บาท (เสียเงินเยอะเว่อร์ T T)
เพื่อน#1 ก็โทรมาที่เครื่องเพื่อน#2:
"เมื่อกี้เรากับแม่ไปขอดูกล้องวงจรปิดมา แล้วเขาไม่ให้ดู เพราะคนเฝ้าไม่อยู่"
เรา "อ้าว ไปไหนวะ"
เพื่อน#1 "เขาบอกว่าไปสอบสวนอ่ะ เจอคนร้าย"
เรา "ฮะ คนร้าย!?!?!? ทำไมเจอเร็วจังวะ!!!"
เพื่อน#1 "เขาบอกว่ายังไ่ม่รู้เว่ยว่าขโมยอะไร แค่ดูมีพิรุธเฉยๆ"
เรา "กรรม...ขอให้เป็นมือถือของพวกเราเหอะ"
เพื่อน#1 "เออ หวังว่างั้นเหมือนกัน แต่เขาบอก ถ้าอยากรู้ว่าเรื่่องมันยังไงต้องมาใหม่พรุ่งนี้ว่ะ"
เรา "แต่พรุ่งนี้เรามีเรียน -*-"
เพื่อน#1 "เออ สงสัยต้องรอเขาโทรมามั้ง"
แล้วเราก็วางสายไป...
เจอคนร้ายเมื่อไร...
จะเอาเซ็ตการ์ตูนวันพีซเล่ม 1-59 ฟาดหัวมัน
คอยดูละกัน!!
 
 
ไม่รู้ว่าช่วงนี้ชีวิตเราจะซวยไปไหน
การเรียนแย่ลง
เงินหายที่โรงเรียนไป 2000 บาท
กระเป๋าตังค์ที่เพิ่งซื้อมาใช้ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์หายที่โรงเรียน
ต้นฉบับนิยายโดนตีกลับมาให้แก้พล็อต (มันแก้ได้ด้วยเหรอคะพี่บก. พล็อตเนี่ย T^T)
ก๋งที่เรารักมากก็เพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์
แล้วมือถือก็ดันมาหายอีก!!
โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!
 
 
ปล. มาเพื่อระบาย
ใครอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ก็ขอบคุณด้วยนะคะ